2007/Jun/14

ความลับ (Himitsu)

ผู้เขียน : ฮิงาชิโนะ เคโงะ
ผู้แปล : บุญชู ตันติรัตนสุนทร
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์บลิส (http://www.blisspublishing.co.th)
ประเภท : JBook Fiction

เรื่องย่อ (จากเว็บสนพ.บลิส)
เฮซึเกะต้องพบเรื่องเหลือเชื่อ เมื่อนาโอโกะ- ภรรยากับโมนามิ - ลูกสาวของเขาประสบอุบัติเหตุ นาโอโกะเสียชีวิต แต่เมื่อโมนามิฟื้นขึ้นมากลับพบว่าวิญญาณในร่างของเธอคือ นาโอโกะ ความลับที่ไม่อาจเปิดเผยให้ใครรู้จึงเริ่มต้นขึ้น เมื่อเอซึเกะต้องใช้ชีวิตร่วมกับภรรยาซึ่งอยู่ในร่างของลูกสาวและนาโอโกะมี โอกาสได้เลือกชีวิตวัยรุ่นของเธอใหม่อีกครั้ง เขาและเธอจะดำเนินความสัมพันธ์ต่อไปกันอย่างไร...ขณะที่ต้องเก็บความลับ

--------------------------------------------------------------------------------------------

หนึ่งในหนังสือที่ดีที่สุดอีกเล่ม ^^

คุณจะทำอย่างไร ถ้าคนใกล้ชิดอย่างภรรยาและลูกสาวประสบอุบัติเหตุพร้อมกัน และจะทำอย่างไร เมื่อลูกสาวตื่นขึ้นมา แต่วิญญาณในร่างกลับเป็นภรรยาแทน!

ซึงิตะ เฮซึเกะ กลับมาจากทำงานในวันหนึ่ง เค้าใช้ชีวิตตามปกติ แต่ที่ต่างไปจากทุกวัน คือ นาโอโกะ ผู้เป็นภรรยา และโมนามิ ลูกสาววัยประถมหก ไม่อยู่ที่บ้าน แต่กำลังอยู่บนรถบัสที่มุ่งหน้าไปนางาโนะ บ้านเกิดของนาโอโกะ เหตุการณ์ก็ดูจะปกติสุขดี ถ้าหากว่ารถบัสคันนั้นไม่ประสบอุบัติเหตุ เฮซึเกะรีบมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลทันทีที่รู้ข่าว ก่อนจะได้รับทราบข่าวร้ายว่า นาโอโกะอาการสาหัส อาจจะไม่รอด และโมนามิเป็นเจ้าหญิงนิทรา และในคืนเดียวกัน เค้าได้สูญเสียนาโอโกะไป...

หลังจากนั้น โมนามิก็ได้ฟื้นขึ้นมา แต่ทว่า...วิญญาณในร่างนั้น กลับเป็นนาโอโกะ!

นาโอโกะจะกลับไปดำเนินชีวิตอย่างเด็กประถมหกได้หรือไม่ แล้วเฮซึเกะจะวางตัวอย่างไร ทั้งสองจะใช้ชีวิตที่น่าเหลือเชื่อนี้อย่างไร ในขณะที่ต้องสานต่อความสัมพันธ์ของสามีภรรยาเอาไว้ รวมทั้งต้องปิดเป็นความลับอีกด้วย

โครงเรื่องอ่านคร่าวๆ อาจจะนึกว่าเป็นเรื่องตลก แต่ว่าเรื่องนี้กลับไม่ขำเลย ค่อนข้างหนักด้วย เพราะว่าเค้าเล่นกับความรู้สึก อารมณ์ ความคิด และศีลธรรมของตัวละครหลักในเรื่อง

อีกอย่างก็คือความซับซ้อนของเรื่องนี้ที่ทำเอาติดจนวางไม่ลง ทั้งปมเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ การคิดจะผิดศีลธรรมของเฮซึเกะ หรือแม้กระทั่งอารมณ์ที่อ่อนไหวไปตามวัยของนาโอโกะ

ตัวละครในเรื่อง แม้จะโผล่มาแค่นิดเดียว แต่ทุกตัวล้วนส่งผลกระทบต่อบ้านซึงิตะเป็นอย่างมาก โศกนาฏกรรมหลายอย่างที่เกิดขึ้นในเรื่องก็เรียกเอาความสะเทือนใจได้พอสมควร

ในเรื่องนี้ ชอบเฮซึเกะมาก เป็นผู้ชายที่เราว่าเค้ารับมือกับสถานการณ์ได้ดีมาก แม้ว่าบางทีอาจมีการปล่อยไปตามอารมณ์บ้าง แต่เฮซึเกะก็ยังเป็นมนุษย์ปุถุชนธรรมดาไม่ใช่เหรอ หลายต่อหลายครั้งที่อ่านแล้ว ก็นึกเกลียดนาโอโกะขึ้นมา และเห้นใจเฮซึเกะมากๆ

ตอนจบก็เป็นอะไรที่เรียกได้ว่าเหนือความคาดหมายสุดๆ การเขียนให้คล้อยตามอย่างแนบเนียนนั้น ฮิงาชิโนะ ยังทำได้ดีไม่แพ้เรื่องความลับใต้ทะเลสาปเลย

เรื่องนี้เหมาะกับคนที่ชอบอะไรที่ออกแนวดราม่าเล็กๆ ถ้าหวังจะได้อารมณ์ขันจากเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าออกแนวสลับร่างล่ะก็ อย่าคิดหยิบเล่มนี้ขึ้นมาเชียวล่ะ

เพราะสิ่งที่ได้ อาจไม่ใช่ความตลก แต่อาจจะเป็นความประทับใจจากเนื้อเรื่องที่ถึงกับวางไม่ลงเลยทีเดียว ^^

คะแนน : 10/10
เหตุผล : โครงเรื่องที่นึกว่าจะออกแนวตลก กลับทำให้เป็นแนวสมจริง จนเราคิดว่าถ้าเราเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา เราจะใช้ชีวิตได้อย่างตัวละครในเรื่องหรือเปล่า อีกทั้งการดำเนินเรื่องที่อิงกับความเป็นจริงของสังคมญี่ปุ่นสมัยใหม่ ทำให้บางทีอารมณ์เราก็คล้อยตามกับตัวละครหลักอย่างช่วยไม่ได้

--------------------------------------------------------------------------------------------

credit ภาพ : สำนักพิมพ์บลิส

2007/Jun/04

ปริศนาคำสารภาพ (Han-ochi)

ผู้เขียน : โยโกยามา ฮิเดะโอะ
ผู้แปล : วราภรณ์ พิรุณสวรรค์
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์บลิส (http://www.blisspublishing.co.th)
ประเภท : JBook Suspense

เรื่องย่อ (จากเว็บสนพ.บลิส)
คะจิ นายตำรวจชั้นสารวัตรฆ่าภรรยาผู้ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ เพราะทนเห็นเธอทุกข์ทรมานไม่ไหว เขาเข้ามอบตัว ทว่าสถานการณ์ส่อชัดว่า เขาคิดจะฆ่าตัวตายในอีกหนึ่งปีให้หลัง ทำให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหก คือ ตำรวจ อัยการ นักข่าว ทนายความ ผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต่างพร้อมใจกันพยายามคลี่คลายปมปริศนาในใจของเขา...

--------------------------------------------------------------------------------------------

สุดยอดของหนังสือที่เราชอบที่สุด!

เรื่องราวของนายตำรวจที่ชื่อ คะจิ โซอิจิโร นายตำรวจที่ดูใจดี และมีแววตาที่ใสซื่อ เป็นฆาตกรจากการฆ่าภรรยาที่ขอร้องให้เค้าฆ่าเธอ เพื่อให้พ้นทรมานจากโรคร้าย จากนั้นเค้าได้เข้ามอบตัวกับตำรวจหลังจากลงมือฆาตกรรมไปสองวัน เรื่องราวมันคงไม่ยุ่งยากอะไร ถ้าเพียงแต่เค้าไม่สามารถเอ่ยปากบอกใครได้ว่า...ช่วงสองวันนั้น เค้าหายไปไหน และเกี่ยวอะไรกับตัวอักษรที่เขียนด้วยพู่กันอันสวยงาม ที่มีใจความว่า "ห้าสิบปีชีวิตมนุษย์"

หนังสือเรื่องนี้เป็นเล่มที่ขอบอกว่าอ่านแล้วจะวางไม่ลงเลยทีเดียว แม้ช่วงแรกๆ อาจจะดูน่าเบื่อไปหน่อย เพราะเค้าอธิบายถึงโครงสร้างองค์กรของตำรวจญี่ปุ่นและสำนักงานอัยการ ซึ่งเราเป็นคนไทย อาจจะงงๆไปบ้าง

เรื่องราวดำเนินเป็นบทๆไป โดยแต่ละบทจะมีตัวเอกที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งหกคนด้วยกัน

บทแรก : ชิคิ คาซุมะซะ นายตำรวจชั้นสารวัตร ฝ่านสอบสวนที่เพิ่งได้เลื่อนขั้นไม่นาน เค้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคดีอุกฉกรรจ์ และเป็นผู้ชำนาญด้านการสอบปากคำ เรียกได้ว่าผู้ต้องสงสัยคนไหนถูกเค้าสอบปากคำแล้ว จะต้องรับสารภาพทุกราย เค้ากำลังติดตามคดีข่มขืนต่อเนื่องในฐานะผู้บัญชาการ แต่แล้วเค้าก็ถูกผู้ใหญ่เรียกให้ไปสอบปากคำคะจิ เพราะคดีนี้ถือว่ากระทบต่อวงการตำรวจเลยทีเดียว การสอบปากคำเป็นไปอย่างง่ายดายจากความร่วมมือของคะจิ ขาดแต่เพียง...สองวันที่หายไป และเมื่อชิคิลองค้นหาความจริง เค้าก็ต้องพบว่า...

บทที่สอง : ซาเซะ โมริโอะ อัยการของคดีคะจิ เค้าได้รับสำเนาการสอบสวนจากกรมตำรวจ และพบว่ามีเบื้องหลังเบื้องลึกอะไรบางอย่าง เค้าเชื่อว่ากรมตำรวจจะต้องทำการแต่งสำนวนปากคำของคะจิเรื่องสองวันที่หายไปแน่นอน ซาเซะไม่ยอมรับสำนวนการสอบปากคำที่เค้าเชื่อว่าตำรวจได้แต่งเติมขึ้นอย่างแน่นอน เค้าติดต่อกลับไปที่ชิคิ ที่ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมดื่มกันในบางครั้ง แต่ชิคิก็ไม่ปริปากอะไร แม้ในความเป็นจริง ตำรวจและอัยการเป็นพวกเดียวกัน แต่กรณีนี้ชิคิไม่สามารถตอบอะไรได้มากกว่า นั่นยิ่งทำให้ซาเซะเชื่อว่าตำรวจปกปิดอะไรอยู่ เมื่อซาเซะได้เข้าสอบปากคำคะจิ เค้าก็ไม่สามารถคาดคั้นคำตอบจากคะจิได้เช่นเดียวกัน นั่นทำให้เค้าต้องลองสืบหาความจริงเอาเอง

บทที่สาม : นาคาโอะ โยเฮ นักข่าวที่เคยแจ้งเกิดจากการตีแผ่การสืบสวนคดีข่มขืนต่อเนื่องที่ตำรวจยังเป็นปิดเป็นความลับ ทำให้เค้าถูกหมายหัวจากกรมตำรวจ ไม่ให้รับรู้ความต่อเนื่องของคดี แต่เมื่อเค้าหันมาเล่นข่าวคดีของคะจิ นั่นยิ่งทำให้เค้าพบว่าความอยู่รอด และการแข่งขันในการทำข่าว มีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้นมากนัก

บทที่สี่ : อุเอะมุระ มานาบุ ทนายความที่ตกต่ำจากยุคฟองสบู่แตก เค้าเป็นเพื่อนเก่ากับซาเซะ วันหนึ่งเค้าได้รับการว่าจ้างจากพี่สาวภรรยาของคะจิให้ช่วยติดต่อกับคะจิที่ถูกจับกุมให้หน่อย อุเอะมุระรับงานนี้ไว้ พร้อมทั้งรับเป็นทนายความประจำตัวอีกด้วย เมื่อเค้าได้พูดคุยกับคะจิ รวมถึงได้ลองสืบเรื่องราวต่างๆดู ทำให้ส่งผลกับการทำข่าวของนาคาโอะด้วย

บทที่ห้า : ฟุจิบายาชิ เคโก ผู้พิพากษาที่ยึดถือความถูกต้องและความยุติธรรม เค้าได้ขึ้นเป็นผู้พิพากษาระดับสามของคดีนี้ระหว่างการพิจารณาคดี เค้าพบว่ามีข้อขัดแย้งในใจเค้าหลายต่อหลายครั้ง และเรื่องนี้ยังส่งผลกับความรู้สึกของเค้าอีกด้วย เมื่อพบว่าภรรยาของเค้าที่กำลังดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ เคยถูกพ่อขอร้องให้ภรรยาของเค้าลงมือฆ่าพ่อเช่นกัน

บทสุดท้าย : โคงะ เซจิ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ดูแลคะจิ เค้าได้รับการติดต่อมาว่านักโทษรายนี้จะทำการฆ่าตัวตายในวันที่คะจิอายุครบห้าสิบหรือห้าสิบเอ็ดปี เค้าจึงถูกสั่งให้ดูแลความประพฤติของชายผู้นี้อย่างใกล้ชิด และเมื่อโคงะได้รับการติดต่อจากชิคิและพบกับใครคนหนึ่ง การกระทำที่ขัดกับความรู้สึกของเค้าก็กำลังจะเกิดขึ้น

เรื่องนี้ทำได้ดีมาก ตรงที่มีการแบ่งเป็นแต่ละบท โดยมีตัวเอกในแต่ละบทเป็นผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งหมด และเรื่องราวปริศนาต่างๆ ก็ค่อยๆเฉลยไปในแต่ละบทด้วย รวมถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของตัวเอกแต่ละคน เมื่อได้พบกับความจริง ที่สำคัญคือ ตัวเอกส่วนใหญ่มีวัยใกล้เคียงกับคะจิ ทำให้เค้าเล่นกับความรู้สึกของตัวเอกแต่ละตัวว่า วัยห้าสิบปีนั้น สำคัญอย่างไร

ชอบที่เค้าสามารถผูกเรื่องราวของแต่ละคนที่เกี่ยวข้องกันได้อย่างแนบเนียน อีกทั้งยังน่าติดตามว่าจะเป็นยังไงต่อไป สองวันของคะจินั้น เค้าหายไปไหน ทำไมถึงพูดอะไรไม่ได้ ทุกอย่างจะเฉลยในตอนท้าย

คะแนน : 10/10
เหตุผล : เนื้อเรื่องดีมากๆ การผูกเรื่องราว ปมและปริศนาต่างๆน่าติดตาม แม้มีบางจุดที่ไม่ชอบใจ แต่เพราะธีมหลักของเรื่อง กลบเอาข้อด้อยให้ไม่สนใจได้แทบทั้งหมดเลยทีเดียว

--------------------------------------------------------------------------------------------

credit ภาพ : สำนักพิมพ์บลิส

2007/May/29

ประกาศ! ไม่อยู่ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. ถึงวันที่ 3 มิ.ย. ค่ะ

จะกลับมาทำการรีวิวอีกครั้งวันที่ 4 มิ.ย. ค่ะ
ช่วงระหว่างนี้ สามารถทิ้งคำถามหรือรีเควสหนังสือที่อยากให้รีวิวได้ที่คอมเมนท์นะคะ ^^