Horror

โทรศัพท์มือถือ (Ke--tai)

ผู้เขียน : โยชิมุระ ทัตสึยะ
ผู้แปล : รัตน์จิต ทองเปรม
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์บลิส (http://www.blisspublishing.co.th)
ประเภท : JBook Horror

เรื่องย่อ (จากเว็บสนพ.บลิส)
ฝันร้ายมาเยือนในกลางดึก เมื่อฮะสึกิได้รับโทรศัพท์ประหลาด
ปลายสายเป็นเสียงร้องโหยหวนของเพื่อนสนิทซึ่งกำลังถูกฆ่า
นั่นเป็นฉากแรกของฆาตกรรมสยดสยองที่ฆาตกรถ่ายทอดสดทางโทรศัพท์มือถือ
ก่อนจะตามมาด้วยฉากที่สอง ที่สาม และที่สี่
ซึ่งเริ่มต้นอย่างน่าสะพรึงกลัว
ด้วยเสียงเรียกจากหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อรายก่อน

--------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องนี้ไปซื้อรอบที่สองของการไปเยือนงานหนังสือ เพราะว่ารอบแรกไปแล้วมองไม่เห็น (พลาดไปได้ไงหว่า) ทั้งที่หน้าปกชวนดึงดูดแบบนี้ ไม่น่าจะหลุดรอดสายตาของเราไปได้ (หน้าปกสยองๆแบบนี้น่ะแหละ 555+)

โทรศัพท์มือถือ...มีคนเขียนคนเดียวกับเรื่อง เพื่อนทางจดหมาย ที่เขียนไปในเอนทรี่ที่แล้ว แล้วก็อย่างที่บอกไว้ว่า เรื่องนี้เนื้อหาแน่นกว่าเยอะ

ว่าด้วยครอบครัวพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาที่หวงลูกสาวเกินเหตุ อีกทั้งยังหัวโบราณ เค้าเกิดอาการประหลาดอย่างนึงขึ้น เรียกว่า อาการตาเหลือก ซึ่งเกิดขึ้นบ่อย แม้จะไม่ทุกวัน แต่ก็เป็นประจำ ทุกครั้งที่เกิดอาการนี้ มักจะรอดพ้นสายตาของผู้เป็นภรรยาไปได้ จนเช้าวันนั้นที่ภรรยาได้รู้เรื่องขึ้นมา...

แล้วเรื่องก็เล่าถึงกองบรรณาธิการนสพ.ฉบับเย็น ว่าด้วยหัวข้อที่จะถูกนำมาใช้เป็นคอลัมน์พิเศษประจำสัปดาห์ หัวหน้ากองผู้ดุดันเลือกที่จะใช้หัวข้อที่เกี่ยวกับมือถือที่ข้องเกี่ยวกับผู้คน แต่คิมิโอะ ชายหนุ่มบุคลิกประหลาด ได้นำเสนอมุมมองพิเศษที่น่าสนใจยิ่งกว่าหัวข้อธรรมดาอย่าง มารยาทที่เปลี่ยนแปลงไปของวัยรุ่นกับการใช้โทรศัพท์

โดยหัวข้อที่เค้านำเสนอ คือ มนุษย์ที่ถูกโทรศัพท์มือถือดูดสมอง

พออ่านมาถึงตรงนี้ เราก็แอบขำกับการกระทบกระเทียบเปรียบเปรยการใช้มือถือของคนได้อย่างเจ็บแสบ ทุกวันนี้เราแทบปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ถ้าวันนี้ไม่เอามือถือมา มันจะกังวลอย่างบอกไม่ถูก เบอร์โทรศัพท์ที่บันทึกไว้เป็นร้อยเบอร์ ลองมือถือหายไป ก็เท่ากับตัดขาดจากเพื่อนทันที แม้แต่บางคนยังจำไม่ได้เลยว่าเบอร์มือถือตัวเองน่ะ เบอร์อะไรกัน

เรื่องดำเนินต่อมาถึงตอนที่มารดาของคิมิโอะเกิดอาการสงสัยในมือถือสีเงินที่แปะรูปถ่ายสติกเกอร์จนพร้อยไปทั้งเครื่อง แม้กระทั่งที่ห้อยมือถือ ยังเป็นดอกชบาสีชมพูนั้น แม่ของคิมิโอะรู้สึกแปลกกับมือถือเครื่องนั้น ดูยังไงก็ไม่ใช่มือถือที่คนอย่างลูกชายเธอควรจะมีในครอบครองได้เลย แต่รู้ดีว่าถึงจะถามอะไรไป ก็คงไม่ได้คำตอบจากลูกชายเธอที่ตอนนี้ใครๆก็มองว่าเป็นคนวิตถารไปได้หรอก (ขนาดหลอกถามไปนิดนึง พ่อลูกชายตัวดียังตัดพ้อเลยว่า แม้แต่แม่เค้าก็ยังมองเค้าเป็นพวกวิตถารไปเสียแล้ว)

แล้วเรื่องเลวร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อฮะสึกิ เด็กนักเรียนม.ปลาย ลูกสาวดาราดังที่หย่าขาดจากสามีเพราะความแตกต่างกันสุดขั้ว ได้รับโทรศัพท์กลางดึก หลังจากเพิ่งวางสายจากเพื่อนสนิทลูกสาวของคนที่เกิดอาการตาเหลือกในต้นเรื่อง (เราจำชื่อไม่ได้) โทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาจากเพื่อนสนิทอย่างยูกะที่ฮะสึกิยังแปลกใจ เพราะปกติยูกะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ตอนกลางคืน แม้จะเป็นมือถือก็ตาม

แล้วบทสนทนาของโทรศัพท์ครั้งนั้นก็เป็นเรื่องราวฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนฮะสึกิ เพราะมันคือโทรศัพท์ที่ถ่ายทอดสดทางเสียงของการถูกฆาตกรรมของยูกะนั่นเอง!

หลังจากการตายของยูกะ ก็เกิดเหตุฆาตกรรมเช่นนี้อีกหลายราย โดยเหยื่อส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยฆาตกรต่อเนื่องคนเดียวกันทั้งหมดหรือไม่ แล้วอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อจู่ๆคิมิโอะ ชายหนุ่มประหลาดน่าสงสัย พูดออกมาหน้าตาเฉยว่า เค้าคือฆาตกรเองน่ะแหละ

เรื่องราวต่อจากนั้นเป็นอย่างไร ไปติดตามอ่านต่อเอาเองนะจ๊ะ

ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงข้อดีของเรื่องนี้เลย ตรงที่ว่าคนเขียนผูกเรื่องให้เราติดตามได้เรื่อยๆ แล้วก็มีการโยงคนนั้นคนนี้ให้มีส่วนน่าสงสัยกับการเป็นฆาตกร จนเรายังแอบงงไปด้วย แล้วสุดท้าย เราก็โดนหลอกจนได้

เรื่องนี้ทำได้ดีกว่าเพื่อนทางจดหมายเยอะ อาจเป็นเพราะฆาตกรตัวจริงเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงล่ะมั้ง อะไรหลายๆอย่างที่ไม่น่าเชื่อ เลยกลายเป็นสิ่งที่เรายอมรับว่า...

ถ้าต้นเหตุมาจากสิ่งนั้นจริงๆล่ะก็ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

สิ่งที่ทำให้เราไม่ชอบใจหน่อยๆ ก็คงจะเป็นการลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องแบบที่ดูไม่สมเหตุสมผลหรือยุติธรรมเลยสักนิด คนนึงถูกฆ่า อีกคนก็น่าจะได้รับผลแบบเดียวกัน แต่กลับแค่ทำให้ทรมานทั้งเป็น (หรือไอ้แบบนี้จะเป็นการลงโทษที่หนักหนามากกว่ากันนะ) รวมถึงข้อผิดพลาด(ที่น่าจะเป็นข้อผิดพลาดประจำตัวคนเขียนไปแล้ว) นั่นคือ ช่องโหว่ต่างๆและการลืมบทบาทของตัวละคร ถึงตัวละครตัวนั้นจะไม่เด่นหรือไม่ได้มีผลกระทบกับตอนจบของเรื่องเท่าไร แต่การที่พูดถึงเค้าเยอะ แล้วยังปูพื้นถึงการกระทำของเค้าเสียยาวเหยียด แต่พอสุดท้าย กลับไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เหมือนลืมไปว่าเคยมีตัวละครนี้อยู่ด้วย สำหรับเราแล้ว เราคิดว่าเป็นจุดบกพร่องใหญ่ทีเดียว

สำหรับเรื่องนี้ พออ่านถึงตอนเฉลย ก็ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านเรื่อง Missed call แต่ว่ามันไม่สยองขวัญเท่าเรื่องนั้นหรอกนะ เรื่องนี้มีปมให้คิดตามอยู่เหมือนกัน (บางตอนก็ตลกด้วย)

แต่สิ่งนึงที่ได้จากเรื่องนี้ คือ การที่เราถูกครอบงำโดยเทคโนโลยีมากเกินไป จนบางทีเราอาจจะขาดความเป็นตัวของตัวเองไปก็ได้ ถ้าไร้ซึ่งอุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้...

และอย่าตัดสินคนจากภายนอกเป็นอันขาด คนที่ดูไม่มีพิษภัยอะไร เค้าอาจจะเป็นคนที่น่ากลัวที่สุด และคนที่ดูน่ากลัวที่สุด อาจจะดีกว่าที่คาดไว้เชียว

คะแนน : 7.5/10
เหตุผล : เนื้อเรื่องออกแนวเพ้อๆดี แต่ก็เป็นไปตามที่คิดว่าจะจบยังไง เดาได้ไม่ยาก จุดบกพร่องยังมีเหมือนในเพื่อนทางจดหมาย ดูท่านี่คงเป็นเอกลักษณ์ของเค้าไปแล้ว สนุกแต่จบได้ไม่ประทับใจเท่าไร

--------------------------------------------------------------------------------------------

credit ภาพ : สำนักพิมพ์บลิส

Note (ทำความเข้าใจกันก่อนอ่านบล็อก)
- บล็อกนี้ทำขึ้นเพื่อต้องการรีวิวหนังสือที่เจ้าของบล็อกชื่นชอบ เพราะฉะนั้นความเห็นในบล็อกนี้ จึงล้วนแล้วแต่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเราเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
- อนึ่ง เนื่องจากเราไม่ใช่นักเขียนหรือนักวิจารณ์มืออาชีพ ข้อเขียนในบล็อกจึงไม่สามารถนำไปใช้อ้างอิงได้ โดยจุดประสงค์มีไว้เพียงเพื่อประกอบการตัดสินใจในการเลือกหาหนังสืออ่านเท่านั้น
- เนื้อหาบางตอน อาจมีการพูดถึงเนื้อหาในหนังสือมากเกินไป ก็ขออภัยหากทำให้เสียอรรถรสไปบ้าง
- หากมีข้อสงสัย ข้อแนะนำ ข้อติชม หรือแม้กระทั่งข้อขัดแย้ง สามารถเขียนลงในคอมเมนท์ได้เลย แล้วเราจะมาตอบค่ะ
- ในทุกข้อผิดพลาดที่ปรากฏในบล็อกนี้ ทั้งข้อมูลหนังสือและการพิมพ์ผิด ทางเราก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

หนังสือที่นำมารีวิว ส่วนใหญ่เป็นหนังสือที่เราชอบเป็นการส่วนตัว ซึ่งจะมีทั้งเก่าและใหม่บ้าง ก็ขอให้ติดตามอ่านดู เผื่อจะมีเล่มที่ชอบบ้างนะคะ ^^

--------------------------------------------------------------------------------------------

ประเดิมวันแรกกับหนังสือเรื่อง...

เพื่อนทางจดหมาย (Penpal)

ผู้เขียน : โยชิมุระ ทัตสึยะ
ผู้แปล : ฐิติพงศ์ ศิริรัตน์อัสดร
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์บลิส (http://www.blisspublishing.co.th)
ประเภท : JBook Horror

เรื่องย่อ (จากเว็บสนพ.บลิส)
มิซึโฮะเป็นสาวมัธยมปลายช่างฝัน เธออยากมีเพื่อนทางจดหมายไว้เขียนถึงกันแก้เหงา
และแล้วก็มีจดหมายมาจากคนสี่คน นักเรียนม.ต้น สาวม.ปลาย แม่บ้านวัยกลางคน และหนุ่มนักศึกษา
มิซึโฮะไม่ชอบบางคน และถูกใจบางคน ขณะเธอกำลังคิดว่าจะตอบกลับอย่างไรดี
ปรากฏว่าหนึ่งในนั้นถูกฆ่า และมีอีกหนึ่งรายแอบมาสืบหาบ้านของเธอ
มิซึโฮะเริ่มกลัว... เหตุใดมิตรภาพจึงกลับกลายเป็นฆาตกรรม

--------------------------------------------------------------------------------------------

หนังสือเล่มนี้ได้มาเมื่อตอนงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ผ่านมา เมื่อเดือนมีนาคม วันที่ไป โชคดีมากที่ได้เจอคนแปล เลยได้ลายเซนต์เค้ามาด้วย

เพิ่งจะอ่านจบเมื่อวาน ความรู้สึกของเรื่องราวเลยยังคงหลงเหลืออยู่ คิดว่าหยิบเล่มนี้มารีวิวเลยจะดีกว่า เพื่อไม่ให้ความรู้สึกตัวเองหายไป

พูดถึงเรื่องเพื่อนทางจดหมาย ทำให้เรานึกถึงเมื่อครั้งสมัยเรียนมัธยมได้ ที่ช่วงนึงเค้าฮิตๆการหาเพื่อนทางจดหมาย หรือเรียกว่า Penfriend เราเองก็มีอยู่สามสี่คน แต่ที่ติดต่อกันนานที่สุดราวๆสองปี ก็คือเพื่อนที่ชื่อแอนนา เป็นคนเยอรมัน แต่ก็เลิกติดต่อไปตอนที่เราเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ด้วยเหตุผลว่าไม่มีเวลาและขี้เกียจ ^^" ซึ่งตอนนั้นเค้าจะเน้นไปทางเพื่อนต่างประเทศมากกว่าเพื่อฝึกภาษาไปด้วย ต่างจากตัวเอกของเรื่องนี้ที่หาเพื่อนเฉพาะในประเทศของตัวเองเท่านั้น

เริ่มต้นเปิดเรื่องมา ก็ให้บรรยากาศสบายๆไม่กดดัน เนื้อเรื่องพาเราไปรู้จักกับตัวเอกของเรื่อง เด็กสาวม.ปลายธรรมดาชื่อ คาตะกิริ มิซึโฮะ เด็กคนนี้ก็เป็นเด็กม.ปลายที่ค่อนข้างต่างจากเด็กวัยเดียวกัน (ในความรู้สึกเรานะ) ถ้าเด็กอายุสิบเจ็ดทั่วไป น่าจะติดเพื่อน ไม่ค่อยชอบความสันโดษ แต่มิซึโฮะต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง ถึงจะมีเพื่อน มีสังคม แต่ดูเหมือนจะไม่มีเพื่อนสนิทที่เรียกได้ว่าสนิทใจจนถึงกับจะเปิดอกพูดได้ทุกเรื่อง

แล้วบุคลิกของมิซึโฮะเนี่ย ออกจะเป็นพวกขี้ระแวง หวาดกลัว คิดมาก แล้วก็คิดเล็กคิดน้อยไปหน่อยนะ (สังเกตได้จากตอนที่เธอลงชื่อในนิตยสารหาเพื่อน แล้วกลัวเพื่อนในห้องจะมาเห็น)

การพบเจอกันของมิซึโฮะกับนิตยสารหาเพื่อนทางจดหมาย ดูจะเหลือเชื่อเกินไปหน่อยสำหรับเรา ฉากตรงนี้ให้ความรู้สึกแนวหนังสยองขวัญมากกว่า เหมือนเวลาไปเจอสิ่งของต้องคำสาป ทั้งที่รู้ว่าไม่น่าสนใจหรือไม่ควรหยิบ แต่มันจะมีพลังบางอย่างดึงดูดให้เราหยิบหรือเก็บมันขึ้นมาจนได้ รวมทั้งตอนเขียนข้อความแนะนำตัวลงนิตยสารด้วย ด้วยนิสัยอย่างมิซึโฮะที่ไม่น่าจะเป็นคนคล้อยตามในเรื่องนี้ง่ายๆ ยังทำได้เลย แล้วสุดท้ายก็ต้องมานึกเสียใจภายหลัง (อ่านถึงตรงนี้แล้ว แอบคิดมั้ยล่ะว่าจริงๆ ไอ้นิตยสารเล่มนี้มันต้องมีคำสาปอะไรแหงๆ)

เรื่องราวดำเนินมาเรื่อยๆ เมื่อจดหมายจากบุคคลสามคนถูกส่งมาหามิซึโฮะ ไม่ว่าจะเป็นจดหมายจากเด็กสาวม.ปลายธรรมดา แต่มิซึโฮะกลับรู้สึกว่าเนื้อความไร้สาระ จดหมายจากเด็กม.ต้นที่อยากมีพี่สาว แต่ว่าเนื้อความในนั้นกลับชวนให้มิซึโฮะขยะแขยง และจดหมายจากแม่บ้านวัย 45 ปี ที่เนื้อความแปลกประหลาดกว่าใครเพื่อน

มาถึงตอนนี้ไม่ต้องเดาก็รู้ได้ว่า มิซึโฮะเสียใจกับการกระทำของตัวเองสุดๆที่ลงชื่อหาเพื่อน แต่เมื่อจดหมายอีกฉบับถูกส่งมาจากชายหนุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย มิซึโฮะก็มีท่าทีเปลี่ยนไปในทันที เธอหลงรักเด็กหนุ่มคนนั้นจากลายมือของเค้า!

ในความคิดคนทั่วไปต้องบอกว่าบ้าทีเดียว ที่หลงรักคนโดยไม่เคยเจอหน้าค่าตา หรือรู้จักนิสัย แต่ในความเป็นจริง ทุกวันนี้ก็มีอยู่เหมือนกันในโลกไซเบอร์ คนบางคนก็ตกหลุมรักคนจากตัวหนังสือที่ปรากฏอยู่ในเว็บบอร์ดมากมาย

มิซึโฮะโต้ตอบจดหมายกับยูอิจิเพียงคนเดียวเท่านั้น ส่วนอีกสามฉบับเจ้าปัญหา มิซึโฮะตัดสินใจหาที่ปรึกษา แต่ไม่ใช่พ่อแม่ผู้ตื่นตูมของเธอแน่นอน มิซึโฮะเลือกที่จะปรึกษากับกรรมการนักเรียนประจำห้อง แต่ก็ดูจะไม่ช่วยอะไรได้มากนัก ซ้ำร้ายยังทำให้เรื่องที่เธอหวาดกลัวอย่าง การที่คนในห้องและเด็กอันธพาลที่ตามเกาะแกะเธอรู้เรื่องที่เธอลงข้อความหาเพื่อนในนิตยสารนั้น เป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาทันที

ระหว่างนั้น มิซึโฮะต้องหวาดหวั่นไปกับเรื่องที่ว่าเพื่อนทางจดหมายของเธอคนหนึ่งได้ถูกฆาตกรรมเสียแล้ว แม้ตำรวจจะไม่ได้โยงเรื่องราวมาถึงมิซึโฮะ แต่ใครจะรู้ว่าเรื่องนี้ภายหลังก็เกี่ยวข้องกับเธออย่างไม่ต้องสงสัย

มิซึโฮะตัดสินใจพึ่งพิงเด็กนักศึกษาที่มีชื่อว่ายูอิจิแทน เด็กสาวช่างฝัน อ่อนต่อโลก เมื่อได้พบจดหมายที่แสนสุภาพก็เลยไม่คิดถูกผิดอะไรทั้งนั้น เธอเล่าเรื่องความผิดปกติของจดหมายทั้งสามฉบับที่มาจากผู้ส่งที่ต่างกันให้ยูอิจิฟังผ่านทางจดหมาย

แล้วเรื่องราวที่แสนน่าสะพรึงกลัว อันเป็นชนวนเหตุแห่งความน่าสะพรึงกลัวก็ได้เกิดขึ้น...

เพื่อนทางจดหมาย...มีผู้เขียนคนเดียวกับเรื่อง โทรศัพท์มือถือ (ที่จะรีวิวภายหลัง) ต้องบอกว่าแนวเรื่องของทั้งสอง มีโครงเรื่องที่คล้ายคลึงกัน แต่เพราะเราไปอ่านเรื่องโทรศัพท์มือถือก่อน เพื่อนทางจดหมายเลยให้เนื้อหาที่อ่อนกว่าทันที

ไม่ใช่ว่าจับผิด แต่ช่องโหว่ในเรื่องนี้มีมากเหลือเกิน พออ่านจบแล้ว ให้ความรู้สึกว่าเนื้อเรื่องสนุกเฉพาะตอนติดตามอ่านเท่านั้น แต่พอจบตัวอักษรตัวสุดท้าย แล้วมานั่งทบทวนอีกที ถึงได้รู้สึกว่าเนื้อเรื่องมันกลวงโบ๋ชะมัด ถ้าเทียบกับโทรศัพท์มือถือแล้ว เรื่องนั้นยังทำได้ดีกว่าเยอะเลย

ผลงานอื่นของโยชิมุระ เรายังไม่ได้อ่าน นอกจากสองเรื่องนี้ที่บลิสเอามาแปล แต่จากตอนจบของเรื่องนี้ ทำให้เราพอจะเดาได้ว่าคนเขียนชอบทิ้งท้ายไว้อย่างเป็นปริศนา (คือ จบแบบไปคิดต่อเอาเองน่ะ)

คะแนน : 6.5/10
เหตุผล : ให้ความรู้สึกสนุก ระทึก ชวนอ่าน แต่พอกลางเรื่องก็เดาเกือบได้ทั้งเรื่อง จุดที่มีให้จับผิดหรือน่าสงสัย ยังมีอยู่เยอะแยะ อ่านจบแล้วก็จบกันเลย

--------------------------------------------------------------------------------------------

credit ภาพ : สำนักพิมพ์บลิส