Suspense

ปริศนาคำสารภาพ (Han-ochi)

ผู้เขียน : โยโกยามา ฮิเดะโอะ
ผู้แปล : วราภรณ์ พิรุณสวรรค์
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์บลิส (http://www.blisspublishing.co.th)
ประเภท : JBook Suspense

เรื่องย่อ (จากเว็บสนพ.บลิส)
คะจิ นายตำรวจชั้นสารวัตรฆ่าภรรยาผู้ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ เพราะทนเห็นเธอทุกข์ทรมานไม่ไหว เขาเข้ามอบตัว ทว่าสถานการณ์ส่อชัดว่า เขาคิดจะฆ่าตัวตายในอีกหนึ่งปีให้หลัง ทำให้ผู้เกี่ยวข้องทั้งหก คือ ตำรวจ อัยการ นักข่าว ทนายความ ผู้พิพากษา และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ต่างพร้อมใจกันพยายามคลี่คลายปมปริศนาในใจของเขา...

--------------------------------------------------------------------------------------------

สุดยอดของหนังสือที่เราชอบที่สุด!

เรื่องราวของนายตำรวจที่ชื่อ คะจิ โซอิจิโร นายตำรวจที่ดูใจดี และมีแววตาที่ใสซื่อ เป็นฆาตกรจากการฆ่าภรรยาที่ขอร้องให้เค้าฆ่าเธอ เพื่อให้พ้นทรมานจากโรคร้าย จากนั้นเค้าได้เข้ามอบตัวกับตำรวจหลังจากลงมือฆาตกรรมไปสองวัน เรื่องราวมันคงไม่ยุ่งยากอะไร ถ้าเพียงแต่เค้าไม่สามารถเอ่ยปากบอกใครได้ว่า...ช่วงสองวันนั้น เค้าหายไปไหน และเกี่ยวอะไรกับตัวอักษรที่เขียนด้วยพู่กันอันสวยงาม ที่มีใจความว่า "ห้าสิบปีชีวิตมนุษย์"

หนังสือเรื่องนี้เป็นเล่มที่ขอบอกว่าอ่านแล้วจะวางไม่ลงเลยทีเดียว แม้ช่วงแรกๆ อาจจะดูน่าเบื่อไปหน่อย เพราะเค้าอธิบายถึงโครงสร้างองค์กรของตำรวจญี่ปุ่นและสำนักงานอัยการ ซึ่งเราเป็นคนไทย อาจจะงงๆไปบ้าง

เรื่องราวดำเนินเป็นบทๆไป โดยแต่ละบทจะมีตัวเอกที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งหกคนด้วยกัน

บทแรก : ชิคิ คาซุมะซะ นายตำรวจชั้นสารวัตร ฝ่านสอบสวนที่เพิ่งได้เลื่อนขั้นไม่นาน เค้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคดีอุกฉกรรจ์ และเป็นผู้ชำนาญด้านการสอบปากคำ เรียกได้ว่าผู้ต้องสงสัยคนไหนถูกเค้าสอบปากคำแล้ว จะต้องรับสารภาพทุกราย เค้ากำลังติดตามคดีข่มขืนต่อเนื่องในฐานะผู้บัญชาการ แต่แล้วเค้าก็ถูกผู้ใหญ่เรียกให้ไปสอบปากคำคะจิ เพราะคดีนี้ถือว่ากระทบต่อวงการตำรวจเลยทีเดียว การสอบปากคำเป็นไปอย่างง่ายดายจากความร่วมมือของคะจิ ขาดแต่เพียง...สองวันที่หายไป และเมื่อชิคิลองค้นหาความจริง เค้าก็ต้องพบว่า...

บทที่สอง : ซาเซะ โมริโอะ อัยการของคดีคะจิ เค้าได้รับสำเนาการสอบสวนจากกรมตำรวจ และพบว่ามีเบื้องหลังเบื้องลึกอะไรบางอย่าง เค้าเชื่อว่ากรมตำรวจจะต้องทำการแต่งสำนวนปากคำของคะจิเรื่องสองวันที่หายไปแน่นอน ซาเซะไม่ยอมรับสำนวนการสอบปากคำที่เค้าเชื่อว่าตำรวจได้แต่งเติมขึ้นอย่างแน่นอน เค้าติดต่อกลับไปที่ชิคิ ที่ถือว่าเป็นเพื่อนร่วมดื่มกันในบางครั้ง แต่ชิคิก็ไม่ปริปากอะไร แม้ในความเป็นจริง ตำรวจและอัยการเป็นพวกเดียวกัน แต่กรณีนี้ชิคิไม่สามารถตอบอะไรได้มากกว่า นั่นยิ่งทำให้ซาเซะเชื่อว่าตำรวจปกปิดอะไรอยู่ เมื่อซาเซะได้เข้าสอบปากคำคะจิ เค้าก็ไม่สามารถคาดคั้นคำตอบจากคะจิได้เช่นเดียวกัน นั่นทำให้เค้าต้องลองสืบหาความจริงเอาเอง

บทที่สาม : นาคาโอะ โยเฮ นักข่าวที่เคยแจ้งเกิดจากการตีแผ่การสืบสวนคดีข่มขืนต่อเนื่องที่ตำรวจยังเป็นปิดเป็นความลับ ทำให้เค้าถูกหมายหัวจากกรมตำรวจ ไม่ให้รับรู้ความต่อเนื่องของคดี แต่เมื่อเค้าหันมาเล่นข่าวคดีของคะจิ นั่นยิ่งทำให้เค้าพบว่าความอยู่รอด และการแข่งขันในการทำข่าว มีอะไรที่ซับซ้อนกว่านั้นมากนัก

บทที่สี่ : อุเอะมุระ มานาบุ ทนายความที่ตกต่ำจากยุคฟองสบู่แตก เค้าเป็นเพื่อนเก่ากับซาเซะ วันหนึ่งเค้าได้รับการว่าจ้างจากพี่สาวภรรยาของคะจิให้ช่วยติดต่อกับคะจิที่ถูกจับกุมให้หน่อย อุเอะมุระรับงานนี้ไว้ พร้อมทั้งรับเป็นทนายความประจำตัวอีกด้วย เมื่อเค้าได้พูดคุยกับคะจิ รวมถึงได้ลองสืบเรื่องราวต่างๆดู ทำให้ส่งผลกับการทำข่าวของนาคาโอะด้วย

บทที่ห้า : ฟุจิบายาชิ เคโก ผู้พิพากษาที่ยึดถือความถูกต้องและความยุติธรรม เค้าได้ขึ้นเป็นผู้พิพากษาระดับสามของคดีนี้ระหว่างการพิจารณาคดี เค้าพบว่ามีข้อขัดแย้งในใจเค้าหลายต่อหลายครั้ง และเรื่องนี้ยังส่งผลกับความรู้สึกของเค้าอีกด้วย เมื่อพบว่าภรรยาของเค้าที่กำลังดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ เคยถูกพ่อขอร้องให้ภรรยาของเค้าลงมือฆ่าพ่อเช่นกัน

บทสุดท้าย : โคงะ เซจิ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่ดูแลคะจิ เค้าได้รับการติดต่อมาว่านักโทษรายนี้จะทำการฆ่าตัวตายในวันที่คะจิอายุครบห้าสิบหรือห้าสิบเอ็ดปี เค้าจึงถูกสั่งให้ดูแลความประพฤติของชายผู้นี้อย่างใกล้ชิด และเมื่อโคงะได้รับการติดต่อจากชิคิและพบกับใครคนหนึ่ง การกระทำที่ขัดกับความรู้สึกของเค้าก็กำลังจะเกิดขึ้น

เรื่องนี้ทำได้ดีมาก ตรงที่มีการแบ่งเป็นแต่ละบท โดยมีตัวเอกในแต่ละบทเป็นผู้เกี่ยวข้องกับคดีนี้ทั้งหมด และเรื่องราวปริศนาต่างๆ ก็ค่อยๆเฉลยไปในแต่ละบทด้วย รวมถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนไปของตัวเอกแต่ละคน เมื่อได้พบกับความจริง ที่สำคัญคือ ตัวเอกส่วนใหญ่มีวัยใกล้เคียงกับคะจิ ทำให้เค้าเล่นกับความรู้สึกของตัวเอกแต่ละตัวว่า วัยห้าสิบปีนั้น สำคัญอย่างไร

ชอบที่เค้าสามารถผูกเรื่องราวของแต่ละคนที่เกี่ยวข้องกันได้อย่างแนบเนียน อีกทั้งยังน่าติดตามว่าจะเป็นยังไงต่อไป สองวันของคะจินั้น เค้าหายไปไหน ทำไมถึงพูดอะไรไม่ได้ ทุกอย่างจะเฉลยในตอนท้าย

คะแนน : 10/10
เหตุผล : เนื้อเรื่องดีมากๆ การผูกเรื่องราว ปมและปริศนาต่างๆน่าติดตาม แม้มีบางจุดที่ไม่ชอบใจ แต่เพราะธีมหลักของเรื่อง กลบเอาข้อด้อยให้ไม่สนใจได้แทบทั้งหมดเลยทีเดียว

--------------------------------------------------------------------------------------------

credit ภาพ : สำนักพิมพ์บลิส

ฆาตกรรมในโรงเรียน

ผู้เขียน : อาคากะวา จิโร
ผู้แปล : ปัญจารีย์ จารีธนารักษ์
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์บลิส (http://www.blisspublishing.co.th)
ประเภท : JBook Suspense

เรื่องย่อ (จากเว็บสนพ.บลิส)
มาจิโกะ เด็กสาววัยสิบเจ็ดไม่เคยนึกฝันว่าชีวิตวัยรุ่นของเธอจะยุ่งเหยิงปานนี้ วันสุดท้ายก่อนย้ายโรงเรียน เธอได้เผชิญกับวาระสุดท้ายของเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งกระโดดตึกลงมาตายก่อนหน้า หลังร้องเรียกว่า "มาจิโกะ ทางนี้จ๊ะ ทางนี้" หนำซ้ำเพื่อนที่โรงเรียนใหม่ยังเรียงคิวจากไปอีกถึงสามศพ มาจิโกะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ๆ เธอมั่นใจว่าเพื่อนถูกฆาตกรรม เด็กสาวคิดสืบเรื่องเอง แถมมีชายหนุ่มถูกใจมาขอสมัครเป็นผู้ช่วยอีกแรง แต่มาจิโกะจะทำอย่างไร เมื่อยิ่งสืบก็ยิ่งรู้ว่าชนวนแห่งการฆาตกรรมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง...

--------------------------------------------------------------------------------------------

ก่อนอื่นก็ต้องเกริ่นกันก่อนว่า ส่วนตัวแล้ว ไม่ชอบพวกหนังสือแนวนักสืบเอาซะเลย เหตุผลเพราะว่าชอบที่จะติดตามเรื่องราวชวนระทึกไปกับตัวเอกในเรื่องมากกว่า

แล้วก็จะมีคนเถียงว่า ตัวเอกที่เป็นคนสืบเรื่องราวเองอย่างนี้ ก็ถือว่าชวนระทึกเหมือนกันน่ะแหละ

ไม่เลยค่ะ การระทึกไปกับตัวเอกที่เป็นนักสืบเนี่ย ไม่ชอบเอาซะเลย เพราะส่วนตัวไม่ชอบตัวเอกที่เป็นฮีโร่ ตามนิสัยนักสืบเนี่ย นิสัยที่เราเกลียดที่สุด คือ ช่างสอดรู้สอดเห็นและคิดว่าฉันต้องเข้าไปค้นหาความลับให้ได้ คือ พูดง่ายๆ หาเรื่องใส่ตัวอ่ะค่ะ แล้วมักจะรอดจากเรื่องที่ไม่น่ารอดเลยด้วยซ้ำ

มีน้องคนนึงบอกว่า แสดงว่าเราชอบที่จะเห็นตัวเอกอกอยู่ในฐานะเหยื่อหรือผู้ถูกกระทำมากกว่าใช่มั้ย แล้วให้เรื่องมันค่อยๆเฉลยปมของมันเอง เราก็เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานนี้ (อ้าว...อีนี่โรคจิตนี่นา)

กลับเข้าเรื่องกันต่อ อาคากะวา จิโร เป็นผู้เขียนเรื่อง มิเกะ เนโกะ โฮล์มส์ กับ ซายากะ สาวน้อยนักสืบ ซึ่งสองเรื่องนี้ คอนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนคงจะชอบพอดูทีเดียว แต่เราสารภาพตามตรงว่า เราไม่เคยอ่าน และไม่คิดที่จะอ่านด้วย เพราะไม่ชอบอ่ะค่ะ

แต่เพราะว่าติดใจแนวเรื่องของเค้าจากเรื่อง ฟุตาริ พี่น้องสองมิติ เราเลยคิดว่า ฆาตกรรมในโรงเรียน คงจะให้บรรยากาศแบบนั้น คือ เป็นเรื่องชวนระทึกให้ติดตาม โดยไม่ต้องมีนักสืบ

แต่ทว่า...เราโดนหลอกจังๆเลย

เพราะแม่นางเอกของเรื่อง ดันเป็นแฟนนวนิยายสอบสวนนั่นเอง!

เรื่องเริ่มต้นเมื่อ ยูโกะ เพื่อนโรงเรียนเก่าของยูกิ มาจิโกะ ได้กระโดดลงมาจากตึกเรียนลงมาตายต่อหน้ามาจิโกะในวันที่เธอมาโรงเรียนวันสุดท้าย ก่อนจะย้ายโรงเรียนพอดี เรื่องราวนั้นทำเอาสาวน้อยช็อกไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายก็กลับมาร่าเริงอย่างเคย มาจิโกะเข้าเรียนที่โรงเรียนใหม่ที่พ่อของเธอ โชโซ เป็นกรรมการผู้ปกครอง อีกทั้งยังเป็นเพื่อนกับผ.อ.โรงเรียนด้วย ที่นั่นเธอได้รู้จักกับยูคิเอะ

โรงเรียนใหม่ไปได้สวย ทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาแสนเท่อย่างอาจารย์คุราบายาชิ เพื่อนๆที่เป็นลูกคุณหนู มาจิโกะมีความสุขกับโรงเรียนและสังคมใหม่ แต่แล้ววันนึง เพื่อนในห้องที่ชื่อว่ายาสึโกะ ก็ได้เสียชีวิตลง และมาจิโกะก็เชื่อว่ามันคือการฆาตกรรม (เพราะเธอไปแอบฟังตำรวจพูด)

ต่อมาไม่นาน มายุ สาวน้อยนักเปียโน เพื่อนสนิทของยาสึโกะ ก็ได้ตายตามไปเช่นกัน จากอุบัติเหตุโคมไฟขนาดใหญ่ในหอประชุมตกหล่นใส่หัว

ระหว่างนั้น นาโอโกะ เพื่อนสนิทของยาสึโกะและมายุ พอจะรู้ว่าใครคือฆาตกรรายนี้ และน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทั้งสามเคยลอบเข้าไปในห้องแล็บวิดีโอ นาโอโกะตั้งใจจะแก้แค้นให้เพื่อนรัก จึงนัดแนะฆาตกรที่เธอสงสัยมาที่โรงเรียน แต่กลับถูกตลบหลัง นาโอโกะจึงถูกฆ่าตายเป็นรายที่สาม

มาจิโกะไม่สามารถนิ่งนอนใจอยู่ได้ เธอตัดสินใจที่จะสืบคดีนี้ โดยมีฮิเดโตะ ชายหนุ่มคนรักเป็นผู้ช่วยอีกแรง

แต่ว่ายิ่งสืบ มาจิโกะก็พบว่า เรื่องมันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อฆาตกรที่ฆ่าเพื่อนของเธอทั้งสามตายลง แต่นั่น...ไม่ใช่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง ที่สำคัญการตายของทั้งสาม ยังเกี่ยวข้องกับยูโกะ เพื่อนที่โรงเรียนเก่าอีกด้วย แถมจู่ๆ เพื่อนสนิทอย่างยูคิเอะยังหายตัวไป อาจารย์ที่ปรึกษาสุดเท่ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยก็ไม่อยู่อีก

เรื่องราวคดีนี้จะจบอย่างไร เชิญหาอ่านได้ใน ฆาตกรรมในโรงเรียน

เรื่องนี้ใช้ตัวละครเยอะมาก และตัวละครแทบทุกตัวล้วนมีบทบาททั้งสิ้น ไม่น่าแปลกใจที่อาคากะวา เป็นผู้เขียนเรื่องที่ฮิตติดลมบนอย่าง มิเกะเนะโกะ กับ ซายากะ

เรื่องราวผูกและเชื่อมโยงกันได้ดีมาก แต่ตอนท้ายก็มีจุดให้ขัดใจนิดหน่อย ตัวเอกดูเป็นเด็กสาวแบบที่เราไม่ชอบเลย 555+ ดูเป็น Perfect Girl มากเกินไป

ส่วนเรื่องความซับซ้อนของเรื่องและการหลอกคนอ่านให้ติดกับนั้น ทำได้เยี่ยมและยอดมาก อ่านเพลินๆอยู่ดีๆ อ้าว...เฉลยซะแล้วว่าใครคือเบื้องหลังเรื่องทั้งหมด

ถ้าถามว่าในเรื่องนี้ เราชอบใครที่สุด คงจะตอบว่า ยูคิเอะ ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไร ต้องลองอ่านดู

สรุป คือ เรื่องนี้เหมาะแก่ผู้ที่ชอบอ่านแนวสืบสวน และควรจะเป็นวัยรุ่นหน่อยๆ จะเข้าใจถึงบรรยาการและความรู้สึกของตัวละครมากยิ่งขึ้น บังเอิญว่าเราแก่แล้ว เราเลยไม่ชอบบรรยากาศของเรื่องเท่าไร มันดูสดใส colorful มาก(เกินไป)

โอ๊ะ...เป็นเรื่องที่รีวิวแล้วสั้นจุ๊ดจู๋เลยแฮะ 555+

คะแนน : ให้อย่างไม่อคติ 7.5/10 ให้อย่างอคติ 6/10
เหตุผล : ตอนท้ายของเรื่องมีช่องโหว่ที่ต่อให้เราคิดเข้าข้างคนเขียนแค่ไหน เราก็เติมเต็มช่องโหว่นั้นไม่ได้เสียที เป็นช่องโหว่ที่คนคิดมากเกินไปอย่างเราคิดอยู่คนเดียวก็ได้ เนื้อเรื่องแฝงบรรยากาศสนุกๆและอารมณ์ขัน ไม่ทำให้เรื่องดูหนักเกินไป

--------------------------------------------------------------------------------------------

credit ภาพ : สำนักพิมพ์บลิส