2007/May/28

คนบ้ารัก 1&2

ผู้เขียน : คังพุล
ผู้แปล : วิวรรธ์น
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์เพิร์ล (http://www.pearlpublishing.co.th)
ประเภท : วรรณกรรมเกาหลี

เรื่องย่อ (จากเว็บสนพ.เพิร์ล)
เรื่องราวของชึงรียอง ที่ประสบอุบัติเหตุได้รับก๊าซพิษจนความจำเสื่อม สิ่งหนึ่งที่จำได้ขึ้นใจคือคำสอนของพ่อที่บอกว่า "ผู้ชายอย่าร้องไห้ ต้องหัวเราะเข้าใว้" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเข้าจึงเอาแต่หัวเราะ ใครๆต่างพากันขนานนามเขาว่าคนบ้าทั้งๆที่จริงๆแล้วเขาเป็นคนมีจิตใจที่บริสุทธิ์...

--------------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้เปลี่ยนแนวเอาแนวสบายๆกันบ้างดีกว่า

เรื่อง คนบ้ารัก เป็นการ์ตูนเกาหลีที่พูดถึงเรื่องความรักในมุมมองที่บริสุทธิ์ คังพุลเป็นนักวาดการ์ตูนทางอินเตอร์เน็ท ผลงานเรื่องแรกของเค้ามีชื่อว่า เพราะรัก (จะขอรีวิวภายหลัง) ซึ่งโด่งดังในหมู่นักท่องเน็ทเป็นอย่างมาก

ในเรื่องนี้มีตัวเอกสี่คน คนแรก คือ จีโฮ สาวน้อยนักเปียโนที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ที่เกิดอาการประหม่า จนไม่สามารถเล่นเปียโนได้อีก เธอกลับมาจากต่างประเทศเพราะต้องการหนีปัญหา เธอเชื่อว่าเกาหลีบ้านของเธอ คงไม่บีบบังคับให้เธอต้องจับแป้นคีย์เปียโนอีก

คนที่สอง ซึงรียอง ชายหนุ่มที่ได้รับก๊าซพิษในตอนเด็ก ทำให้มีอาการทางสมองนิดหน่อย เค้าเป็นคนที่อารมณ์ดีตลอดเวลาเพราะคำสอนของพ่อที่ว่าห้ามร้องไห้ ทั้งพ่อและแม่เสียชีวิต เค้าจึงต้องขายขนมปังปิ้งดูแลน้องสาวที่มีอคติกับเค้าเสมอ

คนที่สาม ซังซู เพื่อนสนิทของซึงรียอง แต่ก่อนเป็นเด็กอันธพาล ไม่ตั้งใจเรียน พอโตขึ้น จึงทำงานเป็นนักเลงคุมร้านกาแฟแบบที่มีผู้หญิงมาบริการ เนื่องจากในอดีต เค้าเคยทำเรื่องไม่ดีกับซึงรียองไว้ ปัจจุบันเค้าจึงพยายามทำทุกอย่างให้ซึงรียอง

และคนสุดท้าย ฮียอง เด็กสาวที่มีปมด้อยในอดีต ทำให้เติบโตมามีนิสัยฟุ่มเฟือย สุดท้ายต้องขายตัวเพื่อชดใช้หนี้ที่ก่อ

จะรีวิวไงดี...เรื่องนี้เป็นการ์ตูนทั้งเรื่องเลย อีกทั้งมีการพูดถึงอดีตที่เกี่ยวพันกันของทั้งสี่คนด้วย ถ้าเขียนมากไปอาจจะสปอยล์ได้น่ะสิ - -"

เรื่องราวเริ่มต้นเมื่อจีโฮกลับมาถึงบ้าน เธอได้พบซึงรียองโดยบังเอิญ แต่ทว่า...เธอกลับจำไม่ได้ว่าเค้าเป็นใคร แต่ซึงรียองยังเอาแต่หลบหน้าหนีเธออีก ทั้งที่ซึงรียองนั้นแอบชอบจีโฮมาตั้งแต่เด็กๆ เค้ารักในเสียงเปียโนของจีโฮ แต่เพราะในอดีตเค้าเคยทำเรื่องที่ทำให้จีโฮพูดว่าเกลียดเค้า เค้าจึงพยายามหนีหน้าจีโฮ

ซึงรียองคอยแอบมองจีโฮและเฝ้าใฝ่ฝันที่จะได้ฟังเสียงเปียโนของจีโฮอีกครั้ง เพราะซึงรียองเชื่อว่าเสียงเปียโนของจีโฮช่วยเรียกดาวให้ออกมาได้ แต่จีโฮไม่กล้าเล่นเปียโนอีกแล้ว

เรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆ จีโฮจำซึงรียองได้ และเห็นความใสซื่อของเค้าเป็นสิ่งที่น่าทึ่ง จีโฮจึงรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ใกล้ซึงรียอง ในขณะเดียวกันซึงรียองก็มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้กับจีโฮ ที่เมื่อก่อนเธอเคยบอกว่าเกลียดเค้า

แต่ว่า...จีโฮจะรับรู้ถึงความรักที่ซึงรียองมีให้ต่อเธอหรือไม่ ต้องไปติดตามหาอ่านกันเอาเองแล้วล่ะ

ที่รีวิวได้เพียงแค่นี้ ไม่ใช่ว่าเรื่องนี้ไม่ดีนะ แต่เพราะคนเขียนเก่งมากที่จะผูกเรื่องราวในอดีตให้เชื่อมกันได้อย่างแนบเนียน อบอุ่น และซาบซึ้ง ทุกจุดในเรื่องนี้ ไม่สามารถจะเล่าให้ฟังกันได้ง่ายๆ ทั้งการตายของพ่อแม่ซึงรียอง น้องสาวที่เกลียดซึงรียอง สาเหตุที่ซังซูรู้สึกผิดกับซึงรียองและพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยเค้า หรือแม้กระทั่งฮียองที่ไม่ชอบงานที่ทำ แต่ถ้าได้ใกล้ซังซูเธอก็ยอม

ลายเส้นแม้ไม่ได้สวยงามอะไรมากมาย แต่ก็ถือว่าน่ารักและสบายตา

ทุกอย่างที่บอกไปนั้น อยากให้ได้อ่านและได้สัมผัสมันเอง เพราะจะได้ซาบซึ้งและอบอุ่นไปกับเนื้อเรื่องที่อบอุ่นและบริสุทธิ์

และที่สำคัญ ตอนจบ...ทำเอาร้องไห้ได้อย่างไม่ยากเย็นเลยด้วยล่ะ

คะแนน : 9.8/10
เหตุผล : เนื้อเรื่องดีมากๆ อบอุ่น น่ารัก ที่หายไป 0.2 เป็นเพราะทำให้เสียน้ำตา ร้องไห้สะอึกสะอื้นได้เนี่ยแหละ แต่ร้องเพราะเศร้าหรือมีความสุขนั้น อยากให้ทุกคนได้หาคำตอบกันเอาเองนะคะ ^^

--------------------------------------------------------------------------------------------

credit ภาพ : สำนักพิมพ์เพิร์ล

2007/May/25

ฆาตกรรมในโรงเรียน

ผู้เขียน : อาคากะวา จิโร
ผู้แปล : ปัญจารีย์ จารีธนารักษ์
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์บลิส (http://www.blisspublishing.co.th)
ประเภท : JBook Suspense

เรื่องย่อ (จากเว็บสนพ.บลิส)
มาจิโกะ เด็กสาววัยสิบเจ็ดไม่เคยนึกฝันว่าชีวิตวัยรุ่นของเธอจะยุ่งเหยิงปานนี้ วันสุดท้ายก่อนย้ายโรงเรียน เธอได้เผชิญกับวาระสุดท้ายของเพื่อนร่วมชั้น ซึ่งกระโดดตึกลงมาตายก่อนหน้า หลังร้องเรียกว่า "มาจิโกะ ทางนี้จ๊ะ ทางนี้" หนำซ้ำเพื่อนที่โรงเรียนใหม่ยังเรียงคิวจากไปอีกถึงสามศพ มาจิโกะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ๆ เธอมั่นใจว่าเพื่อนถูกฆาตกรรม เด็กสาวคิดสืบเรื่องเอง แถมมีชายหนุ่มถูกใจมาขอสมัครเป็นผู้ช่วยอีกแรง แต่มาจิโกะจะทำอย่างไร เมื่อยิ่งสืบก็ยิ่งรู้ว่าชนวนแห่งการฆาตกรรมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี่เอง...

--------------------------------------------------------------------------------------------

ก่อนอื่นก็ต้องเกริ่นกันก่อนว่า ส่วนตัวแล้ว ไม่ชอบพวกหนังสือแนวนักสืบเอาซะเลย เหตุผลเพราะว่าชอบที่จะติดตามเรื่องราวชวนระทึกไปกับตัวเอกในเรื่องมากกว่า

แล้วก็จะมีคนเถียงว่า ตัวเอกที่เป็นคนสืบเรื่องราวเองอย่างนี้ ก็ถือว่าชวนระทึกเหมือนกันน่ะแหละ

ไม่เลยค่ะ การระทึกไปกับตัวเอกที่เป็นนักสืบเนี่ย ไม่ชอบเอาซะเลย เพราะส่วนตัวไม่ชอบตัวเอกที่เป็นฮีโร่ ตามนิสัยนักสืบเนี่ย นิสัยที่เราเกลียดที่สุด คือ ช่างสอดรู้สอดเห็นและคิดว่าฉันต้องเข้าไปค้นหาความลับให้ได้ คือ พูดง่ายๆ หาเรื่องใส่ตัวอ่ะค่ะ แล้วมักจะรอดจากเรื่องที่ไม่น่ารอดเลยด้วยซ้ำ

มีน้องคนนึงบอกว่า แสดงว่าเราชอบที่จะเห็นตัวเอกอกอยู่ในฐานะเหยื่อหรือผู้ถูกกระทำมากกว่าใช่มั้ย แล้วให้เรื่องมันค่อยๆเฉลยปมของมันเอง เราก็เห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานนี้ (อ้าว...อีนี่โรคจิตนี่นา)

กลับเข้าเรื่องกันต่อ อาคากะวา จิโร เป็นผู้เขียนเรื่อง มิเกะ เนโกะ โฮล์มส์ กับ ซายากะ สาวน้อยนักสืบ ซึ่งสองเรื่องนี้ คอนวนิยายแนวสืบสวนสอบสวนคงจะชอบพอดูทีเดียว แต่เราสารภาพตามตรงว่า เราไม่เคยอ่าน และไม่คิดที่จะอ่านด้วย เพราะไม่ชอบอ่ะค่ะ

แต่เพราะว่าติดใจแนวเรื่องของเค้าจากเรื่อง ฟุตาริ พี่น้องสองมิติ เราเลยคิดว่า ฆาตกรรมในโรงเรียน คงจะให้บรรยากาศแบบนั้น คือ เป็นเรื่องชวนระทึกให้ติดตาม โดยไม่ต้องมีนักสืบ

แต่ทว่า...เราโดนหลอกจังๆเลย

เพราะแม่นางเอกของเรื่อง ดันเป็นแฟนนวนิยายสอบสวนนั่นเอง!

เรื่องเริ่มต้นเมื่อ ยูโกะ เพื่อนโรงเรียนเก่าของยูกิ มาจิโกะ ได้กระโดดลงมาจากตึกเรียนลงมาตายต่อหน้ามาจิโกะในวันที่เธอมาโรงเรียนวันสุดท้าย ก่อนจะย้ายโรงเรียนพอดี เรื่องราวนั้นทำเอาสาวน้อยช็อกไปพักใหญ่ แต่สุดท้ายก็กลับมาร่าเริงอย่างเคย มาจิโกะเข้าเรียนที่โรงเรียนใหม่ที่พ่อของเธอ โชโซ เป็นกรรมการผู้ปกครอง อีกทั้งยังเป็นเพื่อนกับผ.อ.โรงเรียนด้วย ที่นั่นเธอได้รู้จักกับยูคิเอะ

โรงเรียนใหม่ไปได้สวย ทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาแสนเท่อย่างอาจารย์คุราบายาชิ เพื่อนๆที่เป็นลูกคุณหนู มาจิโกะมีความสุขกับโรงเรียนและสังคมใหม่ แต่แล้ววันนึง เพื่อนในห้องที่ชื่อว่ายาสึโกะ ก็ได้เสียชีวิตลง และมาจิโกะก็เชื่อว่ามันคือการฆาตกรรม (เพราะเธอไปแอบฟังตำรวจพูด)

ต่อมาไม่นาน มายุ สาวน้อยนักเปียโน เพื่อนสนิทของยาสึโกะ ก็ได้ตายตามไปเช่นกัน จากอุบัติเหตุโคมไฟขนาดใหญ่ในหอประชุมตกหล่นใส่หัว

ระหว่างนั้น นาโอโกะ เพื่อนสนิทของยาสึโกะและมายุ พอจะรู้ว่าใครคือฆาตกรรายนี้ และน่าจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทั้งสามเคยลอบเข้าไปในห้องแล็บวิดีโอ นาโอโกะตั้งใจจะแก้แค้นให้เพื่อนรัก จึงนัดแนะฆาตกรที่เธอสงสัยมาที่โรงเรียน แต่กลับถูกตลบหลัง นาโอโกะจึงถูกฆ่าตายเป็นรายที่สาม

มาจิโกะไม่สามารถนิ่งนอนใจอยู่ได้ เธอตัดสินใจที่จะสืบคดีนี้ โดยมีฮิเดโตะ ชายหนุ่มคนรักเป็นผู้ช่วยอีกแรง

แต่ว่ายิ่งสืบ มาจิโกะก็พบว่า เรื่องมันไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เมื่อฆาตกรที่ฆ่าเพื่อนของเธอทั้งสามตายลง แต่นั่น...ไม่ใช่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง ที่สำคัญการตายของทั้งสาม ยังเกี่ยวข้องกับยูโกะ เพื่อนที่โรงเรียนเก่าอีกด้วย แถมจู่ๆ เพื่อนสนิทอย่างยูคิเอะยังหายตัวไป อาจารย์ที่ปรึกษาสุดเท่ที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยก็ไม่อยู่อีก

เรื่องราวคดีนี้จะจบอย่างไร เชิญหาอ่านได้ใน ฆาตกรรมในโรงเรียน

เรื่องนี้ใช้ตัวละครเยอะมาก และตัวละครแทบทุกตัวล้วนมีบทบาททั้งสิ้น ไม่น่าแปลกใจที่อาคากะวา เป็นผู้เขียนเรื่องที่ฮิตติดลมบนอย่าง มิเกะเนะโกะ กับ ซายากะ

เรื่องราวผูกและเชื่อมโยงกันได้ดีมาก แต่ตอนท้ายก็มีจุดให้ขัดใจนิดหน่อย ตัวเอกดูเป็นเด็กสาวแบบที่เราไม่ชอบเลย 555+ ดูเป็น Perfect Girl มากเกินไป

ส่วนเรื่องความซับซ้อนของเรื่องและการหลอกคนอ่านให้ติดกับนั้น ทำได้เยี่ยมและยอดมาก อ่านเพลินๆอยู่ดีๆ อ้าว...เฉลยซะแล้วว่าใครคือเบื้องหลังเรื่องทั้งหมด

ถ้าถามว่าในเรื่องนี้ เราชอบใครที่สุด คงจะตอบว่า ยูคิเอะ ถ้าอยากรู้ว่าเพราะอะไร ต้องลองอ่านดู

สรุป คือ เรื่องนี้เหมาะแก่ผู้ที่ชอบอ่านแนวสืบสวน และควรจะเป็นวัยรุ่นหน่อยๆ จะเข้าใจถึงบรรยาการและความรู้สึกของตัวละครมากยิ่งขึ้น บังเอิญว่าเราแก่แล้ว เราเลยไม่ชอบบรรยากาศของเรื่องเท่าไร มันดูสดใส colorful มาก(เกินไป)

โอ๊ะ...เป็นเรื่องที่รีวิวแล้วสั้นจุ๊ดจู๋เลยแฮะ 555+

คะแนน : ให้อย่างไม่อคติ 7.5/10 ให้อย่างอคติ 6/10
เหตุผล : ตอนท้ายของเรื่องมีช่องโหว่ที่ต่อให้เราคิดเข้าข้างคนเขียนแค่ไหน เราก็เติมเต็มช่องโหว่นั้นไม่ได้เสียที เป็นช่องโหว่ที่คนคิดมากเกินไปอย่างเราคิดอยู่คนเดียวก็ได้ เนื้อเรื่องแฝงบรรยากาศสนุกๆและอารมณ์ขัน ไม่ทำให้เรื่องดูหนักเกินไป

--------------------------------------------------------------------------------------------

credit ภาพ : สำนักพิมพ์บลิส

2007/May/24

โทรศัพท์มือถือ (Ke--tai)

ผู้เขียน : โยชิมุระ ทัตสึยะ
ผู้แปล : รัตน์จิต ทองเปรม
สำนักพิมพ์ : สำนักพิมพ์บลิส (http://www.blisspublishing.co.th)
ประเภท : JBook Horror

เรื่องย่อ (จากเว็บสนพ.บลิส)
ฝันร้ายมาเยือนในกลางดึก เมื่อฮะสึกิได้รับโทรศัพท์ประหลาด
ปลายสายเป็นเสียงร้องโหยหวนของเพื่อนสนิทซึ่งกำลังถูกฆ่า
นั่นเป็นฉากแรกของฆาตกรรมสยดสยองที่ฆาตกรถ่ายทอดสดทางโทรศัพท์มือถือ
ก่อนจะตามมาด้วยฉากที่สอง ที่สาม และที่สี่
ซึ่งเริ่มต้นอย่างน่าสะพรึงกลัว
ด้วยเสียงเรียกจากหมายเลขโทรศัพท์ของเหยื่อรายก่อน

--------------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องนี้ไปซื้อรอบที่สองของการไปเยือนงานหนังสือ เพราะว่ารอบแรกไปแล้วมองไม่เห็น (พลาดไปได้ไงหว่า) ทั้งที่หน้าปกชวนดึงดูดแบบนี้ ไม่น่าจะหลุดรอดสายตาของเราไปได้ (หน้าปกสยองๆแบบนี้น่ะแหละ 555+)

โทรศัพท์มือถือ...มีคนเขียนคนเดียวกับเรื่อง เพื่อนทางจดหมาย ที่เขียนไปในเอนทรี่ที่แล้ว แล้วก็อย่างที่บอกไว้ว่า เรื่องนี้เนื้อหาแน่นกว่าเยอะ

ว่าด้วยครอบครัวพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาที่หวงลูกสาวเกินเหตุ อีกทั้งยังหัวโบราณ เค้าเกิดอาการประหลาดอย่างนึงขึ้น เรียกว่า อาการตาเหลือก ซึ่งเกิดขึ้นบ่อย แม้จะไม่ทุกวัน แต่ก็เป็นประจำ ทุกครั้งที่เกิดอาการนี้ มักจะรอดพ้นสายตาของผู้เป็นภรรยาไปได้ จนเช้าวันนั้นที่ภรรยาได้รู้เรื่องขึ้นมา...

แล้วเรื่องก็เล่าถึงกองบรรณาธิการนสพ.ฉบับเย็น ว่าด้วยหัวข้อที่จะถูกนำมาใช้เป็นคอลัมน์พิเศษประจำสัปดาห์ หัวหน้ากองผู้ดุดันเลือกที่จะใช้หัวข้อที่เกี่ยวกับมือถือที่ข้องเกี่ยวกับผู้คน แต่คิมิโอะ ชายหนุ่มบุคลิกประหลาด ได้นำเสนอมุมมองพิเศษที่น่าสนใจยิ่งกว่าหัวข้อธรรมดาอย่าง มารยาทที่เปลี่ยนแปลงไปของวัยรุ่นกับการใช้โทรศัพท์

โดยหัวข้อที่เค้านำเสนอ คือ มนุษย์ที่ถูกโทรศัพท์มือถือดูดสมอง

พออ่านมาถึงตรงนี้ เราก็แอบขำกับการกระทบกระเทียบเปรียบเปรยการใช้มือถือของคนได้อย่างเจ็บแสบ ทุกวันนี้เราแทบปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ถ้าวันนี้ไม่เอามือถือมา มันจะกังวลอย่างบอกไม่ถูก เบอร์โทรศัพท์ที่บันทึกไว้เป็นร้อยเบอร์ ลองมือถือหายไป ก็เท่ากับตัดขาดจากเพื่อนทันที แม้แต่บางคนยังจำไม่ได้เลยว่าเบอร์มือถือตัวเองน่ะ เบอร์อะไรกัน

เรื่องดำเนินต่อมาถึงตอนที่มารดาของคิมิโอะเกิดอาการสงสัยในมือถือสีเงินที่แปะรูปถ่ายสติกเกอร์จนพร้อยไปทั้งเครื่อง แม้กระทั่งที่ห้อยมือถือ ยังเป็นดอกชบาสีชมพูนั้น แม่ของคิมิโอะรู้สึกแปลกกับมือถือเครื่องนั้น ดูยังไงก็ไม่ใช่มือถือที่คนอย่างลูกชายเธอควรจะมีในครอบครองได้เลย แต่รู้ดีว่าถึงจะถามอะไรไป ก็คงไม่ได้คำตอบจากลูกชายเธอที่ตอนนี้ใครๆก็มองว่าเป็นคนวิตถารไปได้หรอก (ขนาดหลอกถามไปนิดนึง พ่อลูกชายตัวดียังตัดพ้อเลยว่า แม้แต่แม่เค้าก็ยังมองเค้าเป็นพวกวิตถารไปเสียแล้ว)

แล้วเรื่องเลวร้ายก็เกิดขึ้น เมื่อฮะสึกิ เด็กนักเรียนม.ปลาย ลูกสาวดาราดังที่หย่าขาดจากสามีเพราะความแตกต่างกันสุดขั้ว ได้รับโทรศัพท์กลางดึก หลังจากเพิ่งวางสายจากเพื่อนสนิทลูกสาวของคนที่เกิดอาการตาเหลือกในต้นเรื่อง (เราจำชื่อไม่ได้) โทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาจากเพื่อนสนิทอย่างยูกะที่ฮะสึกิยังแปลกใจ เพราะปกติยูกะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้โทรศัพท์ตอนกลางคืน แม้จะเป็นมือถือก็ตาม

แล้วบทสนทนาของโทรศัพท์ครั้งนั้นก็เป็นเรื่องราวฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนฮะสึกิ เพราะมันคือโทรศัพท์ที่ถ่ายทอดสดทางเสียงของการถูกฆาตกรรมของยูกะนั่นเอง!

หลังจากการตายของยูกะ ก็เกิดเหตุฆาตกรรมเช่นนี้อีกหลายราย โดยเหยื่อส่วนใหญ่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยฆาตกรต่อเนื่องคนเดียวกันทั้งหมดหรือไม่ แล้วอะไรจะเกิดขึ้น เมื่อจู่ๆคิมิโอะ ชายหนุ่มประหลาดน่าสงสัย พูดออกมาหน้าตาเฉยว่า เค้าคือฆาตกรเองน่ะแหละ

เรื่องราวต่อจากนั้นเป็นอย่างไร ไปติดตามอ่านต่อเอาเองนะจ๊ะ

ก่อนอื่นต้องขอพูดถึงข้อดีของเรื่องนี้เลย ตรงที่ว่าคนเขียนผูกเรื่องให้เราติดตามได้เรื่อยๆ แล้วก็มีการโยงคนนั้นคนนี้ให้มีส่วนน่าสงสัยกับการเป็นฆาตกร จนเรายังแอบงงไปด้วย แล้วสุดท้าย เราก็โดนหลอกจนได้

เรื่องนี้ทำได้ดีกว่าเพื่อนทางจดหมายเยอะ อาจเป็นเพราะฆาตกรตัวจริงเป็นสิ่งที่เราคาดไม่ถึงล่ะมั้ง อะไรหลายๆอย่างที่ไม่น่าเชื่อ เลยกลายเป็นสิ่งที่เรายอมรับว่า...

ถ้าต้นเหตุมาจากสิ่งนั้นจริงๆล่ะก็ ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย

สิ่งที่ทำให้เราไม่ชอบใจหน่อยๆ ก็คงจะเป็นการลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องแบบที่ดูไม่สมเหตุสมผลหรือยุติธรรมเลยสักนิด คนนึงถูกฆ่า อีกคนก็น่าจะได้รับผลแบบเดียวกัน แต่กลับแค่ทำให้ทรมานทั้งเป็น (หรือไอ้แบบนี้จะเป็นการลงโทษที่หนักหนามากกว่ากันนะ) รวมถึงข้อผิดพลาด(ที่น่าจะเป็นข้อผิดพลาดประจำตัวคนเขียนไปแล้ว) นั่นคือ ช่องโหว่ต่างๆและการลืมบทบาทของตัวละคร ถึงตัวละครตัวนั้นจะไม่เด่นหรือไม่ได้มีผลกระทบกับตอนจบของเรื่องเท่าไร แต่การที่พูดถึงเค้าเยอะ แล้วยังปูพื้นถึงการกระทำของเค้าเสียยาวเหยียด แต่พอสุดท้าย กลับไม่ได้พูดอะไรอีกเลย เหมือนลืมไปว่าเคยมีตัวละครนี้อยู่ด้วย สำหรับเราแล้ว เราคิดว่าเป็นจุดบกพร่องใหญ่ทีเดียว

สำหรับเรื่องนี้ พออ่านถึงตอนเฉลย ก็ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านเรื่อง Missed call แต่ว่ามันไม่สยองขวัญเท่าเรื่องนั้นหรอกนะ เรื่องนี้มีปมให้คิดตามอยู่เหมือนกัน (บางตอนก็ตลกด้วย)

แต่สิ่งนึงที่ได้จากเรื่องนี้ คือ การที่เราถูกครอบงำโดยเทคโนโลยีมากเกินไป จนบางทีเราอาจจะขาดความเป็นตัวของตัวเองไปก็ได้ ถ้าไร้ซึ่งอุปกรณ์ไฮเทคเหล่านี้...

และอย่าตัดสินคนจากภายนอกเป็นอันขาด คนที่ดูไม่มีพิษภัยอะไร เค้าอาจจะเป็นคนที่น่ากลัวที่สุด และคนที่ดูน่ากลัวที่สุด อาจจะดีกว่าที่คาดไว้เชียว

คะแนน : 7.5/10
เหตุผล : เนื้อเรื่องออกแนวเพ้อๆดี แต่ก็เป็นไปตามที่คิดว่าจะจบยังไง เดาได้ไม่ยาก จุดบกพร่องยังมีเหมือนในเพื่อนทางจดหมาย ดูท่านี่คงเป็นเอกลักษณ์ของเค้าไปแล้ว สนุกแต่จบได้ไม่ประทับใจเท่าไร

--------------------------------------------------------------------------------------------

credit ภาพ : สำนักพิมพ์บลิส